Archive for category ปุ๋ย

งานเกษตรแฟร์ ประจำปี พ.ศ. 2555 วันที่ 30 พฤษภาคม – 7 มิถุนายน 2555

Kaset Fair 30 01 2010 513 งานเกษตรแฟร์ ประจำปี พ.ศ. 2555 วันที่ 30 พฤษภาคม   7 มิถุนายน 2555

 

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำหนดวันจัดงานเกษตรแฟร์ ประจำปี พ.ศ. 2555

เป็นวันที่ 30 พฤษภาคม – 7 มิถุนายน 2555

เป็นที่ทราบกันดีว่า ในทุก ๆ มีจะมีการจัดงานเกษตรแฟร์ขึ้นเป็นประจำ โดยในปีนี้ ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เจ้าของงาน ได้ประกาศวันจัดงานเกษตรแฟร์ ประจำปี พ.ศ. 2555 แล้ว เป็นวันที่ 30 พฤษภาคม – 7 มิถุนายน 2555 โดยในงานจะมีทั้งสินค้าเกษตร, ผลิตภัณฑ์ชุมชน, สัตว์เลี้ยง และของที่ระลึก ให้เลือกซื้อมากมายหลายประเภท รวมทั้งยังมีการจัดฝึกอบรมวิชาชีพในแขนงต่าง ๆ เช่น การทำอาหาร, การทำขนม และการเพนท์ภาพลงบนเสื้อ หรือบนกระเป๋า สำหรับผู้ที่สนใจฝึกทักษะเพื่อนำไปประกอบธุรกิจอีกด้วย

 

, , , , , , , , , , , , , , , , ,

No Comments

แนวโน้มการใช้ปุ๋ยเคมี ปี 2554-2555

แนวโน้มใช้ปุ๋ยเคมียังกระฉูด กระตุ้นเกษตรกรใช้คู่ปุ๋ยอินทรีย์ เกษตรยันช่วยลดต้นทุนการผลิต

เกษตรฯ รับแนวโน้มปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมียังไม่ลดคาดปีนี้สูงถึง 5.4 ล้านตัน พร้อมเร่งเสริมความรู้เกษตรกรที่ถูกต้องหันใช้ปุ๋ยเคมีในสัดส่วนที่เหมาะสม ช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรในภาวะสินค้าราคาพุ่ง

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังกล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “นโยบายการใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อเกษตรกรรม” ว่า ต้องยอมรับว่าการใช้ปุ๋ยเคมียังคงมีความจำเป็นในการช่วยเพิ่มผลผลิตให้แก่เกษตรกร โดยจากข้อมูลปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีของเกษตรกรในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 5.4 ล้านตัน ขณะที่ปี 2553 มีปริมาณการใช้ปุ๋ยประมาณ 5.3 ล้านตัน ซึ่งแม้จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยแต่กระทรวงเกษตรฯ ยังคงดำเนินการให้องค์ความรู้แก่เกษตรกรในเรื่องการใช้ปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์ให้เกิดความสมดุลถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพดิน เพื่อเป็นอีกหนึ่งมาตรการในการช่วยลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรได้ทางหนึ่ง เพราะปุ๋ยเคมีเป็นหนึ่งปัจจัยการผลิตที่สำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตของเกษตรกรที่สูงขึ้น เช่น การปลูกข้าวนาปีมีสัดส่วนการใช้ปุ๋ยเคมีประมาณ 18% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด ข้าวนาปรัง 16% ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 21% และปาล์ม 41% เป็นต้น

ดังนั้น การส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ปุ๋ยเคมีเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการปรับความเชื่อของเกษตรกรที่ว่าหากใช้ปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้นผลผลิตจะเพิ่มขึ้น แต่ให้หันกลับมาใช้ปุ๋ยเคมีที่เหมาะสม ถูกต้องตามหลักวิชาการ

สำหรับการควบคุมดูแลเรื่องราคาปุ๋ยเคมีนั้น กระทรวงเกษตรฯ ยังคงสนับสนุนให้มีการค้าขายปุ๋ยอย่างเสรี เพื่อให้ราคาปุ๋ยเป็นไปตามกลไกตลาด เนื่องจากประเทศไทยยังไม่สามารถผลิตปุ๋ยเคมีได้เองภายในประเทศจำเป็นต้องมีการนำเข้าจากประเทศผู้ผลิตปุ๋ยเคมี แต่อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ จะมีการติดตามสถานการณ์ราคาปุ๋ยให้เกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกรไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ

ที่มา FW

 

————————————————————-———————-

สุดยอดธาตุรองรวมอาหารเสริมในตัว
ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ใช้ร่วมกัน ลดต้นทุน

 

สมบูรณ์ที่สุด !!!

 

โปรโมชั่นก่อนฤดูปลูก

*  1 ตัน(40 กระสอบ) ส่งฟรี

(ใช้ได้ 20-40 ไร่)


ราคาพิเศษกระสอบละ 300 บาทเท่านั้น(ชนิดเม็ด) ปกติ 350 บาท
แทนปุ่ยอินทรีย์ได้ 100% (อินทรีย์วัตถุ 20%)

ลดการใช้ปุ๋ยเคมี 30%-50%

รับประกัน 3-5 วันเห็นผลแน่นอน

* ส่งฟรีจังหวัดนครปฐม กาญจนบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี กรุงเทพ ปทุมธานี นนทบุรี
* ร้านค้า หรือนำไปจำหน่ายติดต่อคุณธนากร 0811979878 (ขั้นต่ำ 15 ตัน)

แบล็คแคล. ธาตุอาหาร และฮอร์โมนรวมผสมพิเศษ


แคลเซียม 15% + แมกนีเซียม 5% + กำมะถัน 10%
+ ฮอร์โมนรวม + ~Humic + Fulvic

ถูกต้องตามหลักวิชาการแน่นอน

หาซื้อได้ตามร้านเคมีเกษตรทั่วประเทศ
1 212x300 แนวโน้มการใช้ปุ๋ยเคมี ปี 2554 2555 2 212x300 แนวโน้มการใช้ปุ๋ยเคมี ปี 2554 2555  

—————————————————————-———————-

หาซื้อสินค้าได้ตามร้านเคมีเกษตรทั่วไป

ถ้าในพื้นที่ หาสินค้าไม่ได้ ติดต่อได้โดยตรงกับทางบริษัท และแนะนำร้านค้าที่ท่านใช้บริการ ติดต่อมาที่เราได้เลย ทางเรายินดีให้บริการในทุก ๆ ด้าน สำหรับท่านที่ต้องการข้อมูลทางวิชาการ หรือปรึกษาเกี่ยวกับการเกษตรสามารถติดต่อได้โดยตรงได้เช่นเดียวกัน ทางเรายินดีให้บริการด้วยความเต็มใจ

ติดต่อโดยตรงที่คุณธนากร 0811979878

นโยบายการรักษาเขตการขาย

ร้านที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว ทางบริษัทไม่ีนโยบายที่จะเปิดขายให้กับร้านค้าอื่น ๆ ใกล้เคียงโดยเด็ดขาด ในจังหวัดที่ทางบริษัทยังไม่ได้แต่งตั้งตัวแทน ทางบริษัทยินดีเข้าไปเสนอข้อเสนอพิเศษสุดสำหรับร้านค้า ทุกร้านค้าที่ีสินค้าจำหน่าย จะได้รับการบริการวิชาการ การทำตลาด จัดประชุมหน้าร้าน ทำ Spot โฆษณา ลงหนังสือ และคำปรึกษาในทุก ๆ ด้านและทุก ๆ เรื่องเกี่ยวกับการเกษตร

1) เป็นปุ๋ยรวมธาตุรอง และฮอร์โมนรวมสำเร็จ ถูกต้องตามหลักวิชาการชัดเจน
2) ควบคุมคุณภาพ และการผลิตโดยนักวิชาการปฐพีวิทยาโดยตรง
3) ราคาคุ้มค่า ช่วยเหลือกเกษตรกร
4) นโยบายเขตการขาย เพื่อความสบายใจของร้านค้าชัดเจน
5) บริการวิชาการตลอดชีพ
6) สนับสนุน

- spot วิทยุภาษากลาง เหนือ อีสาน และใต้ให้เลือกใช้
- หรือจะทำใหม่ เรายินดีบริการ
- spot วิทยุ เดือนละ 500 บาท เป็นเวลา 3 เดือน
- banner + โบรชัวร์
- บริการวิชาการจากทีมงานเต็มที่
- จัดประชุมหน้าร้าน หรือกลุ่มเกษตรกรได้

ติดต่อเพื่อรับข้อเสนอพิเศษสุดได้โดยตรง

คุณธนากร 0811979878

, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

No Comments

ดูงานและเลือกนำเข้าสินค้าคุณภาพในงาน China International Agrochemical & Crop Protection Exhibition เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

บริษัท ใบไม้เกษตร จำกัด และโรงงานผลิตปุ๋ยเคมี และอินทรีย์ชั้นนำ 2 โรงงาน ดูงาน China International Agrochemical & Crop Protection Exhibition เพื่อนำเข้า และเลือกสินค้าคุณภาพสูง ในงาน มีสินค้าจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบผลิตปุ๋ย เครื่องจักรต่าง ๆ เคมีภัณฑ์การเกษตร และวัสดุการเกษตรอื่น ๆ

, , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

No Comments

แร่ Leonardite

Leonardite ของเราควบคุมอินทรีย์วัตถุไว้ที่ 45-50% ซึ่งเกินมาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์เป็นเท่าตัว (ปุ๋ยอินทรีย์กำหนด 20%) และปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตจาก Leonardite ยังเต็มไปด้วยฮอร์โมนรวม และ Humic Acid เป็นจำนวนมาก ซึ่งต่างกับปุ๋ยอินทรีย์ทั่วไป ฮอร์โมน และ Humic Acid เป็นสารสำคัญที่ช่วยในการฟื้นต้น และซ่อมแซมส่วนที่เสียหายของพืช ฮอร์โมนหลายตัวช่วยเร่งการแตกราก และยอด เพิ่มการขยายเซล ซึ่งหมายถึงพืชจะมีอัตราแลกเปลี่ยนผลผลิตได้เต็มที่ และหมายถึงผลผลิตที่จะได้ย่อมมากกว่าปกติ

Leonardite ซึ่งปนอยู่กับหินลิกไนท์ เกิดจากซากพืชซากสัตว์ตายทับถมกันมานานเป็นล้านๆปี ลักษณะสีดำ ซึ่งเรียกว่า ฮิวมัส(Humus) มีองค์ประกอบเด่น ที่มีผลต่อพืชมี 3 ชนิด คือ 1.ฮิวมีน 2.ฮิวมิค แอซิด 3.ฟูลวิค แอซิด และมีอินทรียวัตถุอีกหลายชนิดมีลักษณะโครงสร้างโมเลกุลใหญ่ประโยชน์ของ HUMUS ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต
Humus มาจากมีการบีบอัดซากพืชซากสัตว์เป็นอินทรีย์ธรรมชาติ สลายตัวอยู่ใต้ดินนับล้านปี ซึ่งมีปริมาณกรดฮิวมิกสูง (กรดฮิวมิกเป็นหนึ่งในองค์ประกอบส่วนใหญ่คุณสมบัติทางชีวเคมีที่ใช้งานอยู่ในซากพืช) แร่ธาตุและธาตุที่มีอยู่ใน humusและในดินจะพร้อมที่จะส่งผ่านไปให้พืช ได้ใช้ประโยชน์สูงสุด เป็นการใช้ Humus คืนสมดุลของธรรมชาติในดินที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืชที่เหมาะสม

1.เพิ่มการเจริญเติบโตของราก
พืชผลที่สอดคล้องกันจากการทดสอบทั้งหมดเพิ่มขึ้นเจริญเติบโตของราก ความยาว, ความหนาแน่นและรัศมีของรากพืชเพิ่มขึ้นอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าการทดสอบความแข็งแรงของระบบรากมีความสำคัญต่อความสามารถในการดูดซึมสารอาหารของพืชรวมทั้งความสามารถของพืชเพื่อต่อสู้กับโรค นอกจากนี้จะเพิ่มเสถียรภาพของพืชและพืชสามารถดูดซับน้ำที่มีระบบรากในวงกว้างขึ้น

2.เพิ่มเนื้อเม็ดสี Chlorophyll
Humus สามารถเพิ่มปริมาณคลอโรฟิลในพืชทำให้การสังเคราะห์แสงดีขึ้นส่งผลเพิ่มการดูดธาตุอาหารให้พืชเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

3.การปรับปรุงคุณภาพพืช
Humus เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมของสารอาหาร เช่นไนโตรเจน ฟอสฟอรัสโปตัสเซี่ยมและเหล็กตลอดจนธาตุที่จำเป็นสำหรับพืช ทั้งนี้เนื่องจากลักษณะการใช้งานคุณสมบัติทางชีวเคมีของกรดฮิวมิก และความสามารถในการฟอร์มละลายเชิงซ้อนในน้ำและไม่ละลายน้ำทั้งสองด้วยโลหะชนิดต่างๆ, แร่ธาตุและสารอินทรีย์ สารอาหารที่อยู่ในรูปแบบอิออนที่พืชสามารถรับเข้าสู่รากHumus สามารถปรับปรุงคุณภาพของผักผลไม้และดอกไม้โดยการปรับปรุงลักษณะทางกายภาพของพืชเช่น ขนาด สีสัน ผิวทั้งหมดนี้สามารถเพิ่มมูลค่าในตลาดได้อย่างดี

4.เสริมการป้องกันแบบธรรมชาติ
ลักษณะการใช้งานคุณสมบัติทางชีวเคมีของกรดฮิวมิก เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของพืชต่อสารพิษและโรค สารพิษจำนวนมากที่สามารถยับยั้งหรือทำให้เป็นกลางโดยการติดต่อประสานโดยตรงกับกรดฮิวมิค นอกจากนี้สารชีวภาพที่ใช้งาน(เช่นยาปฏิชีวนะและกรดฟีนอล) ที่พบในซากพืชแข็งแรงพืชสามารถเพิ่มความต้านทานต่อโรคบางอย่าง ในที่สุดพืชที่มีสุขภาพดีและได้รับสารอาหารที่จำเป็นทั้งหมดของพวกเขาจะดีขึ้นสามารถต่อสู้กับโรคและศัตรูพืช

5.การปรับปรุงโครงสร้างของดิน
Humus รวมตัวกับแร่ธาตุดินในรูปแบบที่มีโครงสร้างเป็นหน่วยที่เรียกว่าการรวมตัว เหล่านี้ช่วยให้ดินอุ้มน้ำและเพิ่มการซึมผ่านในการแลกเปลี่ยนน้ำและก๊าซ นอกจากนี้รูปแบบของสิ่งมีชีวิต เช่นแบคทีเรียและไส้เดือนดิน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับการบำรุงรักษาโครงสร้างของดิน การใช้ Humus สามารถป้องกันไม่ให้ดินมีโครงสร้างยึดเหนี่ยวกันเพื่อให้รากรับอากาศได้ดี

6.กักเก็บน้ำที่ดีขึ้น
Humus สามารถเก็บน้ำได้ถึง 20 เท่าน้ำหนักของดิน โดยเพิ่มความสามารถของดินที่จะเก็บน้ำไว้ใช้งาน Humus สามารถลดความจำเป็นเพื่อการชลประทานเพาะปลูก นี้ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นประโยชน์กับดินทราย

7.pH ของดินที่แตกต่างกัน
เนื่องจากการปฏิสัมพันธ์ระหว่างพันธะเคมีของกรดฮิวมิก, สามารถปรับค่าความเป็กรดเป็นด่างของดินให้อยู่ pH
6-7 ทำให้พืชนำสารอาหารไปใชได้อย่างรวดเร็ว

blackcal2 แร่ Leonardite

“แบล็คแคล”

อุดมไปด้วยแคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน
จุลธาตุ ฮอร์โมน และสารที่ให้ประโยชน์
ใช้รองก้นหลุม และใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีได้ดีเยี่ยม
เพิ่ม และปรับปรุงคุณภาพดิน
 แก้ปัญหาดินเสื่อมโทรม ดินกรด ดินเค็ม
ละลายน้ำได้ดีเยี่ยม ไม่จับตัวแข็ง ต่างจากปูนชนิดอื่น

ใช้ได้ทุกช่วง โดยเฉพาะช่วงเตรียมดิน
ช่วงเพาะเมล็ด และช่วงให้ผลผลิต

ใช้ได้กับพืชทุกชนิด ทั้งผัก ผลไม้
พืชไร่ นาข้าว ยางพารา และปาล์มน้ำมัน

“แบล็คแคล” ผลิตจาก “ยิปซัม” แร่คุณภาพเยี่ยม
และ “ฮิวมัส” ธรรมชาติที่เกิดจากการทับถม ของซากพืชซากสัตว์
หลายล้านปีเป็นส่วนผสมหลัก

อุดมไปด้วยแคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน จุลธาตุ ฮอร์โมนจำนวนมาก
และสารที่ให้ประโยชน์ ปลอดภัยต่อสิ่งมีชีวิต และรักษาสิ่งแวดล้อม

ใส่ “แบล็คแคล” ในช่วงเตรียมดิน และช่่วงที่พืชต้องการมาก
เป็นพิเศษ เช่นข้าวตั้งท้อง ช่วงที่พืชออกดอก หรือกำลังให้ผลผลิต
ในอัตรา 25-100 กก.ต่อไร่ เพื่อเพิ่มเสริมธาตอาหารที่ต้องการ
รวมทั้งใช้ฟื้นฟู และปรับสภาพดินหลังการเก็บเกี่ยว

ใช้รองก้นหลุมปลูกพืช เช่นยางพารา และผลไม้ในอัตรา 1-2 กก.ต่อหลุม
ขนาด 50x50x50 ซม. ช่วยให้พืชตั้งตัวได้เร็ว อัตรารอดตายสูงกว่า

ใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีได้ดีเยี่ยม ละลายน้ำได้ดีมาก ใช้เพื่อปรับปรุงแก้ไข
สภาพดินเค็ม  และดินเปรี้ยว โดยเฉพาะดินเค็มได้เป็นอย่างดี

ไม่ทำให้ดินแข็ง และสามารถแทรกซึมลงสู่ดินชั้นล่าง
แทรกซึมถึงเขตรากพืชได้มากกว่า

“แบล็คแคล” ธรรมชาติ 100%

ท่านสามารถหาซื้อสินค้าได้ตามร้านเคมีเกษตรทั่วไป
ถ้าในพื้นที่ หาสินค้าไม่ได้ ติดต่อได้โดยตรงกับทางบริษัทที่

คุณธนากร 0811979878  หรือแนะนำร้านค้าที่ท่านใช้บริการ
ติดต่อมาที่เราได้เลย ทางเรายินดีใ้ห้บริการในทุก ๆ ด้าน
สำหรับท่านที่ต้องการข้อมูลทางวิชาการ หรือปรึกษาเกี่ยวกับการเกษตรสามารถติดต่อได้โดยตรงได้เช่นเดียวกัน ทางเรายินดีให้บริการด้วยความเต็มใจ

นโยบายการรักษาตัวแทนจำหน่าย

ร้านที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว
ทางบริษัทไม่มีนโยบายที่จะเปิดขายให้กับร้านค้าอื่น ๆ ใกล้เคียงโดยเด็ดขาด
เพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์ของตัวแทนการขายอย่างเต็มที่

ในจังหวัดที่ทางบริษัทยังไม่ได้แต่งตั้งตัวแทน
ทางบริษัทยินดีเข้าไปเสนอข้อเสนอพิเศษสุดสำหรับร้านค้า

ทุกร้านค้าที่มีสินค้าจำหน่าย
จะได้รับการบริการวิชาการ การทำตลาด จัดประชุมหน้าร้าน
ทำ Spot โฆษณา ลงหนังสือ และคำปรึกษาในทุก ๆ ด้านและทุก ๆ เรื่องเกี่ยวกับการเกษตร

 

, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

No Comments

ไคโตซาน และไคติน คือ อะไร

ไคติน เป็นโพลิเมอร์ธรรมชาติ โดยพบเป็นองค์ประกอบของเปลือกแข็งที่หุ้มเซลล์ของรา
ยีสต์ และจุลินทรีย์หลายชนิด หรือพบเป็นโครงสร้างแข็งของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง จำพวกแมลง กุ้ง ปู
ปลาหมึก เป็นต้น ไคตินมีปริมาณมากเป็นอันดับสอง รองจากเซลลูโลสที่เป็นส่วนประกอบของเนื้อไม้
ไคติน เป็นโพลิเมอร์สายยาวที่ประกอบ ขึ้นจากน้ำตาลหน่วยย่อย คือ N-acetyl-D-
glucosamine มาเรียงต่อกันเป็นสายลักษณะ เป็นของแข็งอันยรูป ละลายได้ในกรดอนินทรีย์ เช่น
กรดเกลือ กรดกำมะถัน กรดฟอสฟอริก และกรดฟอร์มิกที่ปราศจากน้ำ แต่ไม่ละลายในด่างเจือจาง
แอลกอฮอล์ และตัวทำละลายอินทรีย์อื่นๆ

ไคตินที่ได้จากแต่ละแหล่ง มีโครงสร้างและสมบัติแตกต่างกันโดยแบ่งตามลักษณะการ
เรียงตัวของเส้นใยได้ 3 กลุ่ม คือ

- แบบอัลฟา
มีการเรียงตัวของสายโซ่โมเลกุลในลักษณะสวนทางกัน มีความแข็งแรงสูง ได้แก่ ไคติน
จากเปลือกกุ้ง และกระดองปู

- แบบเบตา
มีการเรียงตัวของสายโซ่โมเลกุลในทิศทางเดียวกัน จึงจับกันได้ไม่ค่อยแข็งแรง มีความไว
ต่อปฏิกิริยาเคมีมากกว่าแบบอัลฟา ได้แก่ ไคตินจากแกนปลาหมึก

- แบบแกมมา
มีการเรียงตัวของสายโซ่โมเลกุลในลักษณะที่ไม่แน่นอน (สวนทางกันสลับทิศทางเดียวกัน)
มีความแข็งแรงรองจากแบบอัลฟา ได้แก่ ไคตินจากเห็ด รา และพืชชั้นต่ำ

ไคตินในธรรมชาติอยู่รวมกับโปรตีนและเกลือแร่ ต้องนำมากำจัดเกลือแร่ออก
(demineralization) โดยใช้กรดจะได้แผ่นเหนียวหนืดคล้ายพลาสติก แล้วนำไปกำจัดโปรตีนออก
(deproteinization) โดยใช้ด่างจะได้ไคติน หากเป็นไคตินที่ได้จากเปลือกกุ้งหรือปู จะมีสีส้มปนอยู่
นำไปแช่ในเอทานอลเพื่อละลายสีออก

ส่วนไคโตซาน คือ อนุพันธ์ของไคตินที่ตัดเอาหมู่ acetyl ของน้ำตาล N-acetyl-D-
glucosamine (เรียกว่า deacetylation คือ เปลี่ยนน้ำตาล N-acetyl-D-glucosamine เป็น glucosamine) ออกตั้งแต่ 50 % ขึ้นไป และมีสมบัติละลายได้ในกรดอ่อน

ปกติแล้ว ไคโตซานที่ได้จะมีส่วนผสมของ น้ำตาล N-acetyl-D-glucosamine และ
glucosamine อยู่ในสายโพลิเมอร์เดียวกัน ซึ่งระดับการกำจัดหมู่ acetyl (หรือเปอร์เซนต์การเกิด
deacetylation) นี้ มีผลต่อสมบัติและการทำงานของไคโตซาน นอกจากนี้ น้ำหนักโมเลกุลของ
ไคโตซานบอกถึงความยาวของสายไคโตซาน ซึ่งมีผลต่อความหนืด เช่น ไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุล
สูง จะมีสายยาวและสารละลายมีความหนืดมากกว่าไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ เป็นต้น ดังนั้น
การนำไคโตซานไปใช้ประโยชน์จะต้องพิจารณาทั้งเปอร์เซนต์การเกิด deacetylation และน้ำหนัก
โมเลกุล

ปัจจุบันมีการนำไคตินและไคโตซานมาประยุกต์ในด้านต่างๆ อาทิเช่น
1. ด้านอาหาร ไคโตซานมีสมบัติในการต่อต้านจุลินทรีย์และเชื้อราบางชนิด โดยมีกลไกคือ
ไคโตซานมีประจุบวก สามารถจับกับเซลล์เมมเบรนของจุลินทรีย์ที่มีประจุลบได้ ทำให้เกิดการรั่วไหล
ของโปรตีนและสารอื่นของเซลล์ ในหลายประเทศได้ขึ้นทะเบียนไคตินและไคโตซานให้เป็นสารที่ใช้
เติมในอาหารได้ โดยนำไปใช้เป็นสารกัดบูด สารช่วยรักษากลิ่น รส และสารให้ความข้น ใช้เป็นสาร
เคลือบอาหาร ผัก และผลไม้ เพื่อรักษาความสดหรือผลิตในรูปฟิล์มที่รับประทานได้ (edible film)
สำหรับบรรจุอาหาร

2. ด้านอาหารเสริม มีรายงานว่า ไคโตซานช่วยลดคอเลสเตอรอล และไขมันในเส้นเลือด
โดยไคโตซานไปจับกับคอเลสเตอรอล ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมไปใช้หรือดูดซึมได้น้อยลง จึงมี
การโฆษณาเป็นผลิตภัณท์ลดน้ำหนัก ทั้งนี้ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากไคโตซานสามารถจับ
วิตามินที่ละลายได้ดีในไขมัน (วิตามินเอ ดี อี เค) อาจทำให้ขาดวิตามินเหล่านี้ได้ นอกจากนี้ ทางการ
แพทย์ มีรายงานการนำ N-acetyl-D-glucosamine ไปใช้รักษาไขข้อเสื่อม โดยอธิบายว่า ข้อเสื่อม
เกิดเนื่องจากการสึกกร่อนของเนื้อเยื่ออ่อนที่เคลือบอยู่ระหว่างข้อกระดูก ซึ่ง glucosamine เป็นสาร
ตั้งต้นในการสังเคราะห์ proteoglycan และ matrix ของกระดูกอ่อน จึงช่วยทำให้เยื่อหุ้มกระดูกอ่อน
หนาขึ้น

3. ด้านการแพทย์ มีการวิจัยนำแผ่นไคโตซานมาใช้ปิดแผล ช่วยทำให้ไม่เป็นแผลเป็น โดย
ไคโตซานช่วยลดการ contraction ของ fibroblast ทำให้แผลเรียบ กระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซม
บาดแผลให้หายเร็วขึ้น

4. ด้านเภสัชกรรม มีรายงานการใช้ไคโตซานเพื่อควบคุมการปลดปล่อยตัวยาสำคัญ

5. ด้านการเกษตร เนื่องจากไคตินและไคโต-ซานมีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ ไนโตรเจน
จะถูกปลดปล่อยออกจากโมเลกุลอย่างช้าๆ รวมทั้งช่วยตรึงไนโตรเจนจากอากาศและดิน จึงใช้เป็นปุ๋ย
ชีวภาพ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของพืช และกระตุ้นการนำแร่ธาตุไปใช้ ผลคือสามารถ
เพิ่มผลผลิตและคุณภาพการผลิตได้ ทำให้เกษตรกรมี ต้นทุนต่ำลง เนื่องจากลดการใช้ปุ๋ยและยา
ฆ่าแมลง

6. ด้านการปศุสัตว์ ใช้เป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และลดการติดเชื้อ
ทำให้น้ำหนักตัวของสัตว์เพิ่มขึ้น

7. ด้านการบำบัดน้ำเสีย โดยทั่วไป น้ำเสียจากอุตสาหกรรมอาหาร มีสารแขวนลอยสูง
ไคโตซานมีประจุบวก สามารถจับกับโปรตีนและไขมันได้ดี ซึ่งโปรตีนที่ได้สามารถแยกนำไปใช้เป็น
อาหารสัตว์ต่อไป นอกจากนี้ ไคโตซานยังสามารถดูดซับอิออนของโลหะหนัก และจับสี (dye) ช่วยในการ
บำบัดน้ำเสีย

8. ด้านสิ่งทอ นำมาขึ้นรูปเป็นเส้นใย และใช้ในการทอร่วมหรือเคลือบกับเส้นใยอื่นๆ เพื่อให้
ได้คุณสมบัติการต้านจุลชีพ ลดการเกิดกลิ่นอับชื้น

เอกสารอ้างอิง

1. Maezaki Y., Tsuji K., Nakagawa Y. et al. Hypocholesterolemic effect of
chitosan in adult males. Biosc. Biotech. Biochem. 1993; 57(9): 1439 -1444.

2. Shahidi F., Arachchi J.K.V. and Jeon Y-J. Food applications of chitin and
chitosans. Trends in Food Sciences and Technology. 1999; 10: 37-51.

3. Chitin and Chitosan Biosorbents for Radionuclides and Heavy Metal.
Advances in Chitin Science Vol.II, Proceeding of the 7th International Conference
on Chitin Chitosan and Euchis’ 97. 1997: 858-863.

4. www.geocities.com/mnvrk/chitin. html.

5. www.purechitosan.com/en/

6. ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ เรื่องน่ารู้ ไคติน ไคโตซาน. 25

 

 

ขอขอบคุณ : http://www.gpo.or.th/rdi/html/chitin.html

, , , , , , , , , , , , ,

No Comments